ครั้งแรกกับการถ่าย video clip ของเจ้าลูฟี่...

อิอิ..ไม่ค่อยจะชัดนะคะเพราะกล้องละเอียด แค่ 3 ล้าน

เอาเป็นว่า ลองเล่นสนุกๆ ก่อน เดี๋ยวจะหาทางทำให้ชัดขึ้นค่ะ ^^

 

...อย่ากัดเสื้อออออ ...

 

 

 

 

 
 
 
โปรดติดตาม  Lufy..the guinea pig ตอนต่อไป
...
...
...

เจ้าลูฟี่ตอนเบบี๋

posted on 03 Jun 2009 15:29 by joobbox  in LufyAndGiant
เนื่องจากเดือนนี้เป็นเดือนแห่ง June Write และที่สำคัญ เป็นเดือนเกิดเจ้าฟี่ด้วยยยย...(ยังไม่เฉลยนะว่าเกิดวันไหน) คิดว่าเพื่อนๆหลายๆ คนที่เป็นขาประจำกัน ยังไม่ค่อยเคยเห็นรูปเจ้าฟี่ตอนเด็กๆแม้จะเคยอัพไว้แล้ว (แต่ตอนนั้นมีคนอ่านน้อยกว่านี้ อิอิ) เดือนนี้เลยคิดว่าจะอัพเรื่องเจ้าฟี่บ่อย(กว่าเดิม)หน่อย ให้สมเป็นเดือนเกิดของเจ้าฟี่ เลยขอเอารูปตอนเด็กของเจ้าฟี่ สมัยแรกรุ่น ตอนมาอยู่บ้านใหม่ๆ มาฉายซ้ำอีกรอบคงไม่ว่ากันนะคะ

ดูสายตา..แววดื้อแต่เด็ก




ตัวกลมน่าร๊ากก สีขนยังเข้มอยู่เลย





วัยกำลังกิน..อายุประมาณ 1 เดือน





เทียบขนาดกับมือเจ้ายักษ์ (joobbox)





แอ๊ปเปิ้ล..ของโปรด~~~
 
 
 
 
 
 
...
...
...
 
 
 
 
ปัจจุบัน ..



แอบขอกันดื้อๆ ยังงี้เลย น๊าาา
 ...พลีสสสส...
 
 
 
 
 แหะ ... แหะ
 

ว่างเว้นจากการเขียนบล็อกมานานหลายเพลาสืบเนื่องมาจาก ภาระกิจการงาน (...อ้าง) และความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในเรื่องงาน (...อ้างทั้งนั้นแหละ )

เรื่องงานเดี๋ยวไว้ค่อยมาเล่าให้ฟังค่ะ วันนี้ลองมาฟังเรื่อง green green ที่ joobbox ไม่ได้เขียนมานานกันบ้าง (มีใครจำได้มั้ยว่า แรกๆ joobbox เขียนเรื่องแนวกรีนๆ กะเค้าด้วยอะ ถ้าจำไม่ได้ ลองกด GreenStories ใน catagories ทางขวามือดูนะคะ อิอิ)

ถึงช่วงนี้จะไม่ค่อยได้เขียน joobbox เข้าบ้านนู้น ออกบ้านนี้อยู่ตลอดแหละค่ะ (เพื่อนบ้านไม่ต้องน้อยใจ) จนไปเจอเรื่องของ Eco notebook อันนี้เข้าจาก ที่นี่ ค่ะ

อ่านคร่าวๆ ก็คิดว่าเป็น theme การออกแบบที่เอาธรรมชาติมาใช้ในงาน graphic ซะอีก แต่พออ่านละเอียด .. เอ้า ไม่ใช่เท่านั้นแฮะ เป็นการนำนวัตกรรมการผลิตกระดาษโดยนำวัสดุเหลือใช้มาผลิตเส้นใยต่างหาก อืมม..น่าสนใจ joobbox ก็ลองเข้าไปหาข้อมูลอ่านดูในเว็บไซต์ของ New Leaf Paper (ผู้ผลิตกระดาษ)เพิ่ม แล้วเอามาให้อ่านกันค่ะ

New Leaf Paper บอกว่ากระดาษรีไซเคิลของเขาเนี่ย savings in trees, water, energy, solid waste, and greenhouse gases และยังมีข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างการใช้เส้นใยรีไซเคิลที่ผลิตจาก post-consumer waste (ขยะที่ผ่านการใช้งานและการนำกลับมาใช้ใหม่จาก end user แล้ว) และไม่ใช้ chlorine ฟอกสี (ซึ่งเป็นนวัตกรรมหนึ่งในการผลิตกระดาษของเขา)  เทียบกับ การใช้เส้นใย virgin fiber (เส้นใยใหม่ที่ยังไม่เคยกระบวนการผลิตใดๆ)


ที่มา: http://www.newleafpaper.com/ecoaudit.html

 

หรือให้เข้าใจง่ายขึ้นอีกหน่อยก็ดูจากสินค้าของ Office Depot ร่วมกับ New Leaf Paper

 
ที่มา : http://www.shoppingblog.com/cgi-bin/sblog.pl?sblog=417099

Environmental Benefits Statement - 1,000 pounds of post-consumer fiber saves:

  • 1,054  pounds of greenhouse gases - ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก 1057 ปอนด์
  • 562 pounds of solid waste - ลดปริมาณขยะ 562 ปอนด์
  • 12 fully grown trees - ลดการใช้ต้นไม้ 12 ต้น
  • 4,375 gallons of water - ลดการใช้น้ำ 4,375 แกลลอน
  • 8 million BTU's of energy - ลดการใช้พลังงาน 8ล้าน BTU
 

^O^ โอ้โห น่าสนใจ ใช้กระดาษรีไซเคิลจาก post-consumer fiber 1,000 ปอนด์ ประหยัดทรัพยากรไปขนาดนี้ (ว่าแต่ 1000 ปอนด์มันประมาณกี่กิโลกรัมอ่ะ )

อ่านแล้วนึกไปถึงโฆษณาของผู้ผลิตกระดาษรายหนึ่งของบ้านเรา ซึ่งเป็นเจ้าแรกๆ ที่นำเอาแคมเปญการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษ..หลายๆคนคงชอบโฆษณาของเขารวมทั้ง joobbox ด้วย ที่เอากระดาษ origami พับเป็นรูปสิงสาราสัตว์และ รูปเจ้าเป็ดน้อยเป็นพรีเซ็นเตอร์หลัก Idea Green นั่นเอง ถ้าจำไม่ได้ จิ้มดูที่นี่ ค่ะ (ถึงแม้ว่าเจ้าเป็ดน้อยจะโดนลอกเลียนแบบไปวางอยู่บน package ของเจ้าอื่นแล้วก็ตาม )

ดูแล้ว joobbox ก็สงสัยเลยลองไปหาข้อมูลมาให้อ่านกันค่ะ  อาจจะไม่ละเอียดลงลึกไปถึงขั้นกระบวนการผลิตนะคะ เพราะคงจะเป็น know how ของแต่ละที่ที่เป็นความลับ ก็เอาเป็นว่าอ่านกันคร่าวๆ ว่าเค้าประหยัดทรัพยากรอย่างไรกันบ้าง

 


ที่มา : www.ideaonpaper.com

 

ข้อมูลจาก Idea Green สรุปคร่าวๆได้ดังนี้

  •  Idea Green  เป็นหนึ่งในนวัตกรรมกระดาษเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น (Think for a better environment) ด้วยการใช้เยื่อ ‘EcoFiber’ จึงสามารถลดการใช้ต้นไม้ลงถึง 30% 
  • EcoFiber คือเยื่อกระดาษคุณภาพสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตโดยนำเศษวัสดุ หรือ วัสดุซึ่งผ่านการใช้งานแล้วจากนอกโรงงานมาคัดสรร จัดการ และควบคุมการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะเพื่อให้ได้เยื่อกระดาษที่มีคุณภาพสูง เหมาะสำหรับเป็นส่วนผสมในการผลิตกระดาษ
  • ผลิตภายใต้ “SCG Paper Green Process” ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตตั้งอยูบนความรับผิดชอบของสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่าง เคร่งครัด และเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงการจัดการของเสียเพื่อนำกลับ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • จากการ คำนวณคร่าวๆ เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างในการผลิต พบว่ากระดาษทั่วไป 1 ตัน ต้องใช้ต้นไม้ในการผลิต 71 ต้น ขณะที่การผลิตกระดาษ “Idea Green”  1 ตัน ใช้ต้นไม้เพียง 50 ต้น กระดาษ “Idea Green” 1 รีม จึงช่วยเก็บรักษาต้นไม้ไว้ดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศได้ถึง 2.75 กิโลกรัม (ซึ่งเท่ากับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์ปล่อยออกมาจากการหายใจถึง 2.75 วัน)

จากที่อ่านก็จะเห็นว่า Idea Green เน้นในเรื่องการใช้ทรัพยากรต้นไม้ลดลง 30% และนำเอาเศษวัสดุเหลือใช้บางอย่างมาผสม รวมถึงใช้กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานบนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งน่าจะคล้ายๆกับของ New Leaf Paper เช่นกัน ส่วนกระบวนการต่างกันมากน้อยแค่ไหน อันนี้ joobbox ก็ไม่แน่ใจค่ะ

 

 

แต่ joobbox แอบชอบการนำเสนอข้อมูลในด้านการประหยัดพลังงาน และเอามาใช้เป็นจุดขายของทาง New Leaf Paper มากกว่านิ๊ดด นึง เพราะอ่านแล้วเห็นภาพดี แล้วก็ชอบแคมเปญที่ทำร่วมกับ Office Depot, Willoughby Design และ อื่นๆ ด้วยที่ทำให้สินค้ากรีนๆ ดูน่าสนใจมากขึ้นอีกด้วยการออกแบบ


stationery ที่ออกแบบโดย Willoughby Design ร่วมกับ New Leaf Paper
ที่มา: http://www.sabai-arom.com/be_inspired_eco_notebook.html


stationery ที่ขายอยู่ที่ Office Depot ร่วมกับ New Leaf Paper
ที่มา : http://www.shoppingblog.com/cgi-bin/sblog.pl?sblog=417099
 
 
 

เป็นข้อมูลที่เอามาอ่านกันเล่นๆ ได้ความรู้พอให้คิดต่อว่า อ๋อ...กระดาษหรือสินค้าที่เค้าบอกว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เค้าเป็นมิตร หรือประหยัดทรัพยากรกันยังไงบ้าง เวลาเลือกซื้อจะได้เลือกซื้อด้วยความเข้่าใจได้อย่างถูกต้องและสนิทใจค่ะ

แต่เลือกซื้อของที่มีแนวคิดดีๆ แล้ว เราก็ต้องใช้มันให้คุ้มค่า คุ้มราคา แล้วก็คุ้มกับทรัพยากรที่เสียไปในการผลิตด้วยนะคะ

 

...ว่าแล้วก็ไปเอาสมุดที่ได้มาบ้าง ซื้อมาบ้าง แต่ไม่เคยใช้หมดเล่ม มาใช้ให้หมดเล่มซักทีแล้วล่ะค่ะ...

 

 

 
 

 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง:

และแถมเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับกระดาษและสิ่งแวดล้อมค่ะ :

 

 

Summer Postcard

posted on 28 Apr 2009 17:29 by joobbox  in DIY

เมื่ออาทิตย์ก่อน joobbox ได้รับโปสการ์ด สาว hotmail จาก postcardcafe'

เลยนึกขึ้นได้ว่า..อ่อ นี่เราไม่ได้ทำโปสการ์ดส่งให้เพื่อนๆใน cafe' มานานแค่ไหนแล้ว อิอิ

 

พออาทิตย์นี้ งานเริ่มซา ก็เลยมานั่งทำโปสการ์ดส่งให้เพื่อนบ้านใน cafe' บ้างดีกว่า

เนื่องจากนานๆจะวาดรูปซักที ถ้ามาวาดทีละใบ เกรงว่าเดือนหน้าก็ยังไม่เสร็จ...อิอิ (ทำยากๆ กะเค้าไม่ค่อยเป็นค่ะ ) ก็เลยขอใช้วิชามาร วาดรูปเดียว (เอารูปที่เคยวาดมาด้วย ไม่ได้วาดใหม่ แหะๆ) แล้วเอามา print print print เท่านั้นเอง

ทำเป็น 2 เวอร์ชั่นค่ะ แบบ มัน (กระดาษ inkjet -photo glossy 4x6 นิ้ว) กับแบบด้าน (กระดาษระบายสีน้ำ)

 

กระดาษ photo glossy ง่ายมั่ก print หน้า print หลัง เสร็จ ไม่ต้องตัดเลย .. ขี้โกงมั้ย อิอิ

พอดีกระดาษ photo glossy นี้ ซื้อมาทำโปสการ์ดภาพถ่ายให้เพื่อนๆ แก๊งถ่ายภาพ เป็นกล่อง 50 แผ่นยังไม่หมดก็เลยลองเอามาใช้ แต่ถ้าหมดคราวหน้า จะหา กระดาษ print รูปถ่ายแบบแบบด้านมาดีกว่า (แบบมันรู้สึกมันแว๊บมากๆ)

แบบด้านเพิ่งเคยลอง print  สีจะดร็อบลงนิดหน่อยนะคะแต่ก็พอรับไหว

กระดาษสีน้ำ ต้อง print แผ่นใหญ่ แล้วมาตัดอีกที (จะตัดก่อนแล้วค่อย print ทีละแผ่นเล็กก็ได้) แต่ด้วยกระดาษที่มีอยู่แล้ว มันบางแค่ 200 แกรม กลัวว่าจะย้วยก่อนส่ง เลยเบิ้ลกระดาษไป 2 ชั้น เหนื่อยกว่าแบบ glossy หน่อยนึง 

 

ด้านหน้ากับด้านหลัง ตอนประกอบร่างเสร็จ (ซ้ายบน : กระดาษ glossy 4x6 นิ้ว 260 แกรม | ซ้ายล่าง : กระดาษสีน้ำ 200 แกรม  | ขวา : ด้านหลังโปสการ์ด)

 

 


 

***อุปกรณ์ที่ใช้ทำก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่ คอมพิวเตอร์ + printer + กระดาษ Photo Glossy ขนาด 4x6 นิ้ว หนาประมาณ 260 แกรม (หรือกระดาษหนังไก่ หรือกระดาษอื่นๆ ได้หมด แต่อย่าบางเกินไป เดี๋ยวตอนส่งจะย้วยก่อนถึงมือ หรือหนาเกินไป เข้า printer ไม่ได้)***

 ***กระดาษ Photo Glossy ขนาด 4x6 นิ้ว หนาประมาณ 260 แกรม (หรือมากกว่าก็ได้ แต่ที่เลือก 260 เพราะความหนา + ราคามันพอรับได้จร้าา..ตกแผ่นละ 5 บาท) ข้อดีคือ ไม่ต้องตัด พิมพ์ได้เลย หน้าหลัง แต่ข้อเสียคือก่อนพิมพ์ต้องกะ  lay out ให้ดีไ่ม่งั้นรูปไม่ตรงกระดาษ กรณีที่ใช้รูปเต็มหน้ากระดาษ...ถ้าให้ดีก็ควรพิมพ์ test กับกระดาษธรรมดาดูก่อน***

***ข้อดีของโปสการ์ดแบบ print นี้คือ ง่ายและไว ค่ะ แต่ข้อเสียคือ อาจจะเปลืองหมึกไปบ้างกรณีถ้าเป็นรูปสีเต็มๆแผ่น แต่พอดีว่าจุ๊บทำแค่ ไม่เกิน 10 ใบ แล้วก็ไม่ได้ใช้สีทั้งแผ่น ถ้ามากกว่านี้คงไปอัดรูปเอาแบบที่ คุณแป้นทำ how to ไว้เนอะ ***

***เพื่อนบ้านใน cafe' และเพื่อนๆที่ส่งที่อยู่มาใน ems เตรียมรอรับโปสการ์ดด้วยนะจ๊ะ ใครได้แบบมันหรือด้าน ไปรอลุ้นกันเองเน้ออ***

 

 

วันนี้ได้ฤกษ์ตัดผมให้เจ้าลูฟี่ เพราะงานเริ่มบางเบาลงค่ะ

เจ้าฟี่ไม่ได้ตัดผมมาหลายเดือนอยู่ มันจะคอยสะบัดหัวบ่อยๆ เห็นแล้วน่าสงสาร และมันคงรำคาญอยู่เหมือนกัน ผมหน้ายาวปิดตาจนตาจะเหล่อยู่แล้วค่ะ ดูจิ..จูออนมากๆ จริงๆ ก็ไม่ได้ปิดลงมาขนาดในรูปหรอก อันนี้หวีลงมา เพื่อรอจะตัด

เจ้าลูฟี่เป็น cavy หรือ guinea pig พันธุ์ พีรูเวี่ยน ซึ่งจะมีขนยาวขึ้นเรื่อยๆ และมีขวัญที่ก้น 2 ขวัญ ..ตอนแรกคิดว่าจะตัดให้สั้นๆ กุดๆ ติดหนังเลย เพราะช่วงนี้อากาศร้อนมากๆ เห็นมันออกมานอนผึ่งพุงอยู่หน้าบ้านไม้ของมันบ่อยๆ

 

 

เริ่มตัดจากหน้าม้า เล็มๆทีละนิด แต่ต้องตัดอย่างรวดเร็ว เพราะพอใช้เวลานานๆ เจ้าฟี่จอมดื้อมันจะขี้หงุดหงิดมากๆ มันจะไม่อยู่นิ่งๆ จะหมุนตัวรอบตัวเองแล้วก็ถอยกรูดๆไปติดขอบโต๊ะ จนบางทีก็เกือบจะหล่นจากโต๊ะ...โปรดสังเกตุสายตาเด็กดื้อ  

 

จากหน้าม้าแล้วก็เริ่มไปตัดที่ก้นมันต่อ เพราะที่ก้นนี..สังกะตังมากๆ ...ต้องเอาให้สั้นๆ ทุกทีจะไว้ยาวเสมอพื้นค่ะ แต่คราวนี้ ไม่เอาแล้ว เพราะขนสกปรกง่ายและอากาศร้อน ลองตัดสั้นๆหน่อย

 

แต่เนื่องจากยังใจไม่กล้าพอ ด้านข้างตรงขนสีขาวก็เลยยังไม่กล้าตัดสั้นมาก เพราะกลัวว่ามันจะแลดูขี้เหล่ไปกว่านี้ ..สงสาร.. เลยตัดสินใจเอาด้านข้างตรงสีขาวแค่เสมอพื้น ส่วนแถวๆจอนด้านหน้า เหลือไว้ยาวหน่อย ตามแนวนิยมแบบ K POP

 

 

ออกมาได้แบบนี้ .. อิอิ..

 

 



 

 

และข้างบนนี่คือ ซาก.. ฮ่าๆๆ ขนหนาและตัดยากมากๆ บวกกับความไม่นิ่งของเจ้าลูฟี่ ทำให้เจ้ายักษ์เหนื่อยมั่กๆ ตัดเสร็จหมดแรง นี่ยังไม่ได้ตัดเล็บและอาบน้ำนะ .. ฝากไว้ก่อนเถอะ

 

แม้ว่าจะหงุดหงิด ร้องอื๊ดๆๆ ตลอดเวลาตัด แต่ก็หวังว่าจะสบายตัวขึ้นนะจ๊ะ เจ้าลูฟี่

 

 


 

ภาพเบลอมากหน่อย ขออภัยนะคะ ใช้ฟูจิ 3 ล้าน pixel F410  ถ่าย (ตัวแรกในชีวิตที่มีกล้องดิจิตอล...ดีกว่ามือถือหน่อยนึงเอง - -'  ความละเอียดต่ำและเบลอง่ายจริงๆ ถ้าไม่ตบแฟลช) แต่ช่วงนี้พยามเอากล้องเล็กมาถ่ายเล่นบ้าง ก็สนุกและสะดวกไปอีกแบบค่ะ ^ ^