GreenStories

ว่างเว้นจากการเขียนบล็อกมานานหลายเพลาสืบเนื่องมาจาก ภาระกิจการงาน (...อ้าง) และความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในเรื่องงาน (...อ้างทั้งนั้นแหละ )

เรื่องงานเดี๋ยวไว้ค่อยมาเล่าให้ฟังค่ะ วันนี้ลองมาฟังเรื่อง green green ที่ joobbox ไม่ได้เขียนมานานกันบ้าง (มีใครจำได้มั้ยว่า แรกๆ joobbox เขียนเรื่องแนวกรีนๆ กะเค้าด้วยอะ ถ้าจำไม่ได้ ลองกด GreenStories ใน catagories ทางขวามือดูนะคะ อิอิ)

ถึงช่วงนี้จะไม่ค่อยได้เขียน joobbox เข้าบ้านนู้น ออกบ้านนี้อยู่ตลอดแหละค่ะ (เพื่อนบ้านไม่ต้องน้อยใจ) จนไปเจอเรื่องของ Eco notebook อันนี้เข้าจาก ที่นี่ ค่ะ

อ่านคร่าวๆ ก็คิดว่าเป็น theme การออกแบบที่เอาธรรมชาติมาใช้ในงาน graphic ซะอีก แต่พออ่านละเอียด .. เอ้า ไม่ใช่เท่านั้นแฮะ เป็นการนำนวัตกรรมการผลิตกระดาษโดยนำวัสดุเหลือใช้มาผลิตเส้นใยต่างหาก อืมม..น่าสนใจ joobbox ก็ลองเข้าไปหาข้อมูลอ่านดูในเว็บไซต์ของ New Leaf Paper (ผู้ผลิตกระดาษ)เพิ่ม แล้วเอามาให้อ่านกันค่ะ

New Leaf Paper บอกว่ากระดาษรีไซเคิลของเขาเนี่ย savings in trees, water, energy, solid waste, and greenhouse gases และยังมีข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างการใช้เส้นใยรีไซเคิลที่ผลิตจาก post-consumer waste (ขยะที่ผ่านการใช้งานและการนำกลับมาใช้ใหม่จาก end user แล้ว) และไม่ใช้ chlorine ฟอกสี (ซึ่งเป็นนวัตกรรมหนึ่งในการผลิตกระดาษของเขา)  เทียบกับ การใช้เส้นใย virgin fiber (เส้นใยใหม่ที่ยังไม่เคยกระบวนการผลิตใดๆ)


ที่มา: http://www.newleafpaper.com/ecoaudit.html

 

หรือให้เข้าใจง่ายขึ้นอีกหน่อยก็ดูจากสินค้าของ Office Depot ร่วมกับ New Leaf Paper

 
ที่มา : http://www.shoppingblog.com/cgi-bin/sblog.pl?sblog=417099

Environmental Benefits Statement - 1,000 pounds of post-consumer fiber saves:

  • 1,054  pounds of greenhouse gases - ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก 1057 ปอนด์
  • 562 pounds of solid waste - ลดปริมาณขยะ 562 ปอนด์
  • 12 fully grown trees - ลดการใช้ต้นไม้ 12 ต้น
  • 4,375 gallons of water - ลดการใช้น้ำ 4,375 แกลลอน
  • 8 million BTU's of energy - ลดการใช้พลังงาน 8ล้าน BTU
 

^O^ โอ้โห น่าสนใจ ใช้กระดาษรีไซเคิลจาก post-consumer fiber 1,000 ปอนด์ ประหยัดทรัพยากรไปขนาดนี้ (ว่าแต่ 1000 ปอนด์มันประมาณกี่กิโลกรัมอ่ะ )

อ่านแล้วนึกไปถึงโฆษณาของผู้ผลิตกระดาษรายหนึ่งของบ้านเรา ซึ่งเป็นเจ้าแรกๆ ที่นำเอาแคมเปญการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษ..หลายๆคนคงชอบโฆษณาของเขารวมทั้ง joobbox ด้วย ที่เอากระดาษ origami พับเป็นรูปสิงสาราสัตว์และ รูปเจ้าเป็ดน้อยเป็นพรีเซ็นเตอร์หลัก Idea Green นั่นเอง ถ้าจำไม่ได้ จิ้มดูที่นี่ ค่ะ (ถึงแม้ว่าเจ้าเป็ดน้อยจะโดนลอกเลียนแบบไปวางอยู่บน package ของเจ้าอื่นแล้วก็ตาม )

ดูแล้ว joobbox ก็สงสัยเลยลองไปหาข้อมูลมาให้อ่านกันค่ะ  อาจจะไม่ละเอียดลงลึกไปถึงขั้นกระบวนการผลิตนะคะ เพราะคงจะเป็น know how ของแต่ละที่ที่เป็นความลับ ก็เอาเป็นว่าอ่านกันคร่าวๆ ว่าเค้าประหยัดทรัพยากรอย่างไรกันบ้าง

 


ที่มา : www.ideaonpaper.com

 

ข้อมูลจาก Idea Green สรุปคร่าวๆได้ดังนี้

  •  Idea Green  เป็นหนึ่งในนวัตกรรมกระดาษเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น (Think for a better environment) ด้วยการใช้เยื่อ ‘EcoFiber’ จึงสามารถลดการใช้ต้นไม้ลงถึง 30% 
  • EcoFiber คือเยื่อกระดาษคุณภาพสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตโดยนำเศษวัสดุ หรือ วัสดุซึ่งผ่านการใช้งานแล้วจากนอกโรงงานมาคัดสรร จัดการ และควบคุมการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะเพื่อให้ได้เยื่อกระดาษที่มีคุณภาพสูง เหมาะสำหรับเป็นส่วนผสมในการผลิตกระดาษ
  • ผลิตภายใต้ “SCG Paper Green Process” ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตตั้งอยูบนความรับผิดชอบของสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่าง เคร่งครัด และเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงการจัดการของเสียเพื่อนำกลับ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • จากการ คำนวณคร่าวๆ เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างในการผลิต พบว่ากระดาษทั่วไป 1 ตัน ต้องใช้ต้นไม้ในการผลิต 71 ต้น ขณะที่การผลิตกระดาษ “Idea Green”  1 ตัน ใช้ต้นไม้เพียง 50 ต้น กระดาษ “Idea Green” 1 รีม จึงช่วยเก็บรักษาต้นไม้ไว้ดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศได้ถึง 2.75 กิโลกรัม (ซึ่งเท่ากับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์ปล่อยออกมาจากการหายใจถึง 2.75 วัน)

จากที่อ่านก็จะเห็นว่า Idea Green เน้นในเรื่องการใช้ทรัพยากรต้นไม้ลดลง 30% และนำเอาเศษวัสดุเหลือใช้บางอย่างมาผสม รวมถึงใช้กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานบนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งน่าจะคล้ายๆกับของ New Leaf Paper เช่นกัน ส่วนกระบวนการต่างกันมากน้อยแค่ไหน อันนี้ joobbox ก็ไม่แน่ใจค่ะ

 

 

แต่ joobbox แอบชอบการนำเสนอข้อมูลในด้านการประหยัดพลังงาน และเอามาใช้เป็นจุดขายของทาง New Leaf Paper มากกว่านิ๊ดด นึง เพราะอ่านแล้วเห็นภาพดี แล้วก็ชอบแคมเปญที่ทำร่วมกับ Office Depot, Willoughby Design และ อื่นๆ ด้วยที่ทำให้สินค้ากรีนๆ ดูน่าสนใจมากขึ้นอีกด้วยการออกแบบ


stationery ที่ออกแบบโดย Willoughby Design ร่วมกับ New Leaf Paper
ที่มา: http://www.sabai-arom.com/be_inspired_eco_notebook.html


stationery ที่ขายอยู่ที่ Office Depot ร่วมกับ New Leaf Paper
ที่มา : http://www.shoppingblog.com/cgi-bin/sblog.pl?sblog=417099
 
 
 

เป็นข้อมูลที่เอามาอ่านกันเล่นๆ ได้ความรู้พอให้คิดต่อว่า อ๋อ...กระดาษหรือสินค้าที่เค้าบอกว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เค้าเป็นมิตร หรือประหยัดทรัพยากรกันยังไงบ้าง เวลาเลือกซื้อจะได้เลือกซื้อด้วยความเข้่าใจได้อย่างถูกต้องและสนิทใจค่ะ

แต่เลือกซื้อของที่มีแนวคิดดีๆ แล้ว เราก็ต้องใช้มันให้คุ้มค่า คุ้มราคา แล้วก็คุ้มกับทรัพยากรที่เสียไปในการผลิตด้วยนะคะ

 

...ว่าแล้วก็ไปเอาสมุดที่ได้มาบ้าง ซื้อมาบ้าง แต่ไม่เคยใช้หมดเล่ม มาใช้ให้หมดเล่มซักทีแล้วล่ะค่ะ...

 

 

 
 

 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง:

และแถมเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับกระดาษและสิ่งแวดล้อมค่ะ :

 

 

 

เรามักจะคุ้นตากับ Street Art ที่เรียกว่า Graffiti กันดีอยู่แล้วใช่มั้ยคะ

 

ไม่ว่าจะเป็นการพ่นสีเป็นลวดลาย ภาพและตัวหนังสือ ตามกำแพงร้างต่างๆ หรือ ตามสถานที่จัดแสดงงาน Graffiti โดยเฉพาะ
หรือแม้แต่เป็นลายเซ็นต์ แสดงตัวตน (อย่างที่หลายๆสถาบันศึกษาชอบทำกัน )

Graffiti เป็น Street Art ที่เป็นที่นิยมในหลายๆประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย หลายๆคนชอบมาก แต่บางคนก็อาจจะคิดว่ามันรกหูรกตา และไม่ชอบเอาซะเลย

แต่ Graffiti ที่ joobbox ไปเจอมาวันนี้ น่าสนใจมากๆค่ะ คิดว่าทุกๆคนน่าจะชอบ

 

 

เหล่าศิลปินผู้สร้างสรรค์ ต่างเรียกมันว่า ...Moss Graffiti..ค่ะ

 

{Artist :  Anna Garforth }

 

{Artist :  Ladybird }

 

{Artist :  the real janelle }

 

{Artist : Jill Fehrenbacher }

 

ไปดูไอเดียเจ๋งๆ จาก Artist ท่านอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ Other Impressive Works of Moss and Grass Art 

 

 
 

สวย ไอเดียดี และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับชาว Graffiti แถมยัง eco friendly มากเลยใช่มั้ยละคะ?   

อยากทำกันมั้ย ?

เค้ามีส่วนผสมและวิธีทำมาให้ด้วยละค่ะ

 

ส่วนผสมและวิธีทำ Moss Graffiti

ต้องใช้เครื่องปั่นเพื่อปั่นส่วนผสมให้เข้ากัน

  • Several clumps of moss  มอสที่จะเอามาเป็นเชื้อซัก 2-3 ก้อน
  • 1 pot of natural yoghurt or 12oz buttermilk (experiment to see which works best) โยเกิร์ตธรรมชาติ 1 หม้อ (ย่อมๆ ละมั้งคะ  joobbox เดาเอาว่ากะให้พอดีๆ กับ มอส) หรือ  buttermilk 12oz
  • 1/2 teaspoon of sugar น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  • Plastic pot (with a lid) ภาชนะสำหรับใส่ส่วนผสม
  • Paint brush แปรงทาสี
  • Spray-mister กระป๋องสเปรย์ฉีดน้ำ

+ นำมอสที่หามาได้มาล้างเอาสิ่งสกปรกออกด้วยน้ำสะอาด
+นำส่วนผสมทั้งหมดใส่รวมกันในเครื่องปั่น แล้วปั่นจนได้ส่วนผสมที่มีลักษณะข้นเหนียว
+ ทาส่วนผสมที่ได้ตาม design ที่ต้องการ
+ หมั่นฉีดด้วยกระป๋องสเปรย์ฉีดน้ำ จนมอสเริ่มโต และหมั่นฉีดเรื่อยๆเมื่อมอสเริ่มแห้ง

ส่วนผสมที่ทำออกมาจะได้ผลดีหรือไม่ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เหมาะสม และสภาพอากาศ เป็นปัจจัยอีกด้วย เพราะ มอส มักจะเจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นและโดนฝน ถ้าหาที่ที่เหมาะสมลำบาก อาจจะเริ่มจากการเพาะส่วนผสมในที่ร่ม (ที่สามารถฉีดพ่นน้ำได้บ่อยๆ) แล้วค่อยย้ายไปแปะลงบนพื้นผิว out door ที่ต้องการอีกที เมื่อมอสเริ่มโต

{แปลจาก Moss-Graffiti | www.instructables.com ค่ะ} 

 

 

ไอเดียสุดยอดมากๆเลยเนอะ น่าทำมากๆเลยค่ะ แต่บ้านเราอาจจะหา มอส ยากอยู่ซักหน่อย เพราะอากาศบ้านเราร้อนเหลือเกิน ไม่แน่ใจว่าที่สวนจตุจักรจะมีขายหรือเปล่า แล้วก็ไม่รู้จะเลี้ยงให้โตยากมั้ย

ถ้า joobbox มีโอกาสต้องลองทำให้ได้เลยค่ะ
...แต่ตอนนี้ขอไปแก้ตัวกับผักสวนครัวให้ได้ก่อนดีกว่า...
เจ้าเพื่อนเต่านา กะ ด๊อกด๋อย บอกว่าให้ไปเริ่มจากใช้สำลีปลูกถั่วงอก...ง่าาา  ... (ใครงงๆเรื่องผักสวนครัวของ joobbox ย้อนไปอ่านตอนที่แล้วได้ค่ะ )

 

...เฟี้ยวววววววว

 

 

 
 

ที่มา : 

20 Masterpieces of Green Graffiti | www.environmentalgraffiti.com

Moss-Graffiti | www.instructables.com