DIY

เคยไหมที่อยากลองทำงานศิลปะซักชื้น แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีฝีมือในการวาดซักเท่าไหร่...

เคยไหมที่มีอารมณ์อยากวาดรูป เพ้นท์อะไรเล่น แต่ก็ไม่มีพู่กัน อุปกรณ์วาดแบบ Artist คนอื่นเขา...

เคยไหมที่เบื่อกับการทาเล็บสีเดิมๆ เพ้นท์เล็บ แบบเดิมๆ ทุกวัน...

 

ถ้าคำตอบข้างบนคือ ...เคย... วันนี้ joobbox มีวิธีมานำเสนอ แบบ 2 in 1 กันเลยทีเดียว ได้ทั้งตุ้มหูไว้ใช้เอง และ เล็บสวยๆ เข้าเซ็ทกั๊นน กับตุ้มหู 

คิกๆๆๆ  



 

เอ้า มาเริ่มเตรียมอุปกรณ์กันก่อน

  • น้ำยาทาเล็บสีต่างๆ ที่ชอบ ถ้าไม่มี แต่อยากทำ แนะนำว่าซื้อตลาดนัด ไม่ต้องใช้ของแพงก็ได้จ้า จะได้เอามาลองหัดดูก่อนโดยไม่เสียดายตังค์
  • มีน้ำยาทา ก็ขาดน้ำยาล้างเล็บไม่ได้ ชิมิ
  • ไม้ปลายแหลม หรือไม้จิ้มฟัน
  • สำลี คัตตอลบัต ทิชชู่
  • แก้วน้ำใบย่อมๆ (อาจจะเป็นก้นขวดพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง หรือไม่ได้ใช้กับการกินน่ะค่ะ เดี๋ยวจะอันตราย) + น้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง
  • เตรียมพื้นผิว หรือวัสดุ ที่เราจะทา เช่น เล็บของเราเองก็ล้างหรือเช็ดให้สะอาดถ้าเป็นวัสดุทำต่างหู ก็เป็นวัสดุอะไรก็ได้ค่ะ อาจจะเป็นไม้ โลหะ โครงตุ้มหูเก่าๆ ที่เบื่อแล้ว ฯลฯ ในนี้ joobbox ใช้เปลือกหอย ที่เค้าตัดมาเป็นวงกลม สำเร็จรูป




เตรียมของครบแล้วเราก็มาเริ่มทำกันเลยค่ะ
  •  เริ่มต้นจากเตรียมแก้วน้ำใส่น้ำไว้ให้เกือบๆ ถึงปากแก้ว (แต่ไม่ต้องปิ่มมาก) หยดสีืทาเล็บสีที่เราชอบลงไปซัก 2-3 สี

  (ขออำภัยค่ะ เขอะไปหน่อย เพราะลองเล่นๆก่อนถ่าย )

  • พอหยดสีเสร็จก็รีบเอาไม้จิ้มฟัน หรือไม้ปลายแหลม กวนสีเบาๆ ให้สีผสมเข้าหากันเป็นลวดลาย (ตรงนี้ต้องใช้ความไวนิดนึงนะคะ หยดแล้วรีบวนก่อนที่สีจะเริ่มหนืด จะทำให้สีเป็นก้อน)



  • เอาวัสดุที่เราจะเพ้นท์แปะลงไปที่สีโดยหันหน้าที่จะเพ้นท์คว่ำลง แล้วกดวัสดุนั้นลงไปให้จมลงในน้ำพร้อมสีที่อยู่บนผิวน้ำ แล้วหงายขึ้น


  • แท๊นนนนนนนนนนนน ... เสร็จแล้วววววววววววววววววววววว

 



เอ้า.. ไม่เชื่อเหรอคะ เสร็จแล้วจริงๆ ค่ะ ที่เหลือก็แค่ตากไว้ให้แห้ง หรือถ้าไม่พอใจก็เอาน้ำยาล้างเล็บมาเช็ดออกแล้วเริ่มทำตั้งแต่ข้อแรกใหม่เท่านั้นเอง ...เป็นไง ง่ายมั้ยล่ะ

 

ลองมาดูการเพ้นท์ที่เล็บกันบ้าง

  • ทำเหมือนข้างบนเปี๊ยบ แต่เปลี่ยนจากเปลือกหอย เป็นนิ้วมือและเล็บของเรานั่นเอง .. คว่ำเล็บเราลงไปแปะกับสีค่ะ


  • แปะแล้วกดเนื้อสีและเล็บให้จมลงในน้ำ แล้วหงายเล็บขึ้น ได้แบบนี้ (อย่าเพิ่ง sad หากมันดู...เลอะเทะ~ )

  • ทำให้ครบทุกนิ้ว ...ค่อยๆ เอาสำลี + คัตตอลบัด ชุบน้ำยาล้างเล็บ เช็ดสีที่เกินออก รอให้แห้ง เสร็จแล้วเราก็มาดูผลงานของเรากัน อิอิอิ

(ในรูปแอบทำแค่ 3 นิ้ว 5555 เอานิ้วก้อยซ่อนไว้...ขี้เกียจรอถ่ายรูป )
 
  • ประกอบร่างตุ้มหู (joobbox ซื้อ accessories พวกนี้ทิ้งๆไว้ จากร้านขายอุปกรณ์ตัดเย็บทั่วไปค่ะ เอาไว้ซ่อมพวกตุ้มหูเก่าๆ  เจออะไรน่าสนก็ซื้อเก็บไว้ )
 
  • หานางแบบไม่ได้ เลยต้องใช้ตัวเองเป็นแบบโพสท่าถ่ายรูปตอนใส่ตุ้มหู + โชว์สีเพ้นท์เล็บ 5555 ... เบลอได้อีก (สีแอบเน่าเล็กน้อย..เอาน่า มือใหม่ๆๆ )
 
 
 
 
 
ก่อนจบต้องขอบคุณไอเดียดีๆ จาก www.jeban.com และ www.sabai-arom.com ที่เป็นต้นข้อมูลไอเดียให้ joobbox เอามาต่อยอดกันนะคะ ใครสนใจลองจิ้มไปอ่านได้ที่ลิงค์ด้านล่างเลยค่ะ
ลองเอาไปทำกันดูนะจ๊ะ ใครทำแล้วถูกใจ ใส่ Tag อวดเอาไว้ให้ตามไปยลว่า >> เพ้นท์แบบไม่ใช้พู่กัน << ก็จะได้ให้เพื่อนๆ ตามไปชมผลงานกันนะคะ
 
 
วันนี้หมดแล้ว .. พบกันใหม่ เมื่อไหร่ไม่รู้ค่ะ จุ๊บๆๆ  อิอิ
 
 
 
 

...แบบทำเองก็ได้ ง่ายจริงจริ๊งงง... อิอิอิอิ

 

ไปอ่านเจอข้อมูมาจาก >>ที่นี่<<ค่ะ  เป็นแนวทางไอเดียในการเก็บเครื่องประดับ ที่ง่ายและครีเอท และบางวิธี joobbox ก็ทำอยู่แล้วด้วย ก็เลยเอามาแบ่งปันกันค่ะ

คาดว่าสาวๆ หลายคนก็คงมีปัญหาเหมือนกันใช่มั้ยคะ ที่เครื่องประดับ ของใช้กระจุกกระจิก ของเราจะเยอะแยะไปหมด เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ก็มักจะ บ้าช๊อป บ้าเก็บ กันอยู่แล้ว 555 (่joobbox ก็คนนึง แฮ่ๆๆ บ้าช๊อป ไม่เท่าไหร่ แต่บ้าเก็บนี่สิ ..รกไปหมด) ก็คงต้องมาหาวิธีจัดการเก็บของให้หยิบฉวยได้ง่ายกันมากขึ้น

ลองมาดูข้อมูลไอเดียจากเว็บ sabaiarom.com + กับรูปภาพไอเดียที่ joobbox ทำอยู่เทียบกันดูนะคะ

 

 

ไอเดีย 1: กล่องกระดาษ เก็บจุ
กล่องกระดาษอย่างพวกกล่องของขวัญนี่ล่ะ ตัวเก็บของชั้นดี เพราะกินจุ เก็บของได้มาก และดัดแปลงง่ายด้วย ลองนำมาทาสีใหม่ (ถ้าหนาพอ) ลงลวดลายสักหน่อย หรือตัดกระดาษลายสวยๆ ไปแปะ จากนั้นตัดกระดาษแข็งสีสวยๆ มาซอยเป็นช่องๆ ด้านใน ทำให้เราเก็บของตามขนาดที่ต้องการได้

อะเหอๆๆ ข้อนี้ joobbox อยากทำมากกก เพราะชอบเก็บกล่องต่างๆเอาไว้ โดยเฉพาะกล่องรองเท้าเนี่ย เอาไว้ใส่พวกจดหมาย โปสการ์ด  นามบัตร การ์ดต่างๆ ที่ได้ฟรีมา แล้วก็จากเพื่อนๆ  ส่วนนึงก็จะเอามาผลัดเปลี่ยนแปะบนผนังห้อง ส่วนนึงก็จะเก็บในกล่อง

ดูอย่างในรูปสิคะ สะสมกล่องไว้เพียบบบบ เลย (กะว่าจะเอาผ้ามาหุ้ม ก็ยังไม่ได้ทำ) แต่ถ้าเลือกกล่องที่มีสีสวยๆ หรือมีลวดลายน่ารักๆ อยู่แล้ว พอเอามาวางรวมๆ กันมันก็ดูมีสีสันพอใช้ได้เหมือนกัน อิอิ

 

 

ไอเดีย 2: จิตรกรรมผนังบ้าน
ถ้าพื้นที่จัดเก็บจำกัด ลองมองผนังบ้านที่เปล่าเปลือยนี่ล่ะ มาทำเป็นวอลเปเปอร์ชิ้นใหม่ แต่ไม่ใช่ทำลวดลายสองมิติอะไรลงไปหรอกนะ แต่เป็นการทำแผงแขวนสร้อยแบบสามมิติมาแขวนต่างหาก เริ่มจากหาแผ่นไม้เหลือทิ้งใช้มาทาสีสวยๆ ลงลวดลายตามชอบ แล้วตอกตะปูเรียงกันให้พอแขวนสร้อยได้ จากนั้นก็นำไปแขวนบนผนังบ้าน ง่ายแค่นี้เอง

ข้อนี้ joobbox ใช้แผงตระแกรงสำหรับทำชั้นวางในตู้ ตอนแรกว่าจะใช้ตะแกรงแบบที่แม่ค้าเค้าเอาไว้แขวนต่างหู เสื้อผ้า แบบนั้นเลย แต่ขนาดและพื้นที่ ที่มีมันเล็กๆ ก็เลยเปลี่ยนจากตะแกรงที่ว่า มาเป็นเป็นชิ้นส่วนตระแกรงสำหรับตู้เสื้อผ้าที่เล็กลงหน่อย (ซื้อได้ตามแผนก DIY พวกโฮมโปร index อะไรพวกนั้นอะค่ะ ที่เค้าขายแยกเป็นพาร์ทๆ ไม่แพงมาก ถ้าเป็นตะแกรงแบบที่แม่ค้าเค้าใช้แขวนขายของก็ ไม่ถึงร้อย แต่ถ้าเป็นพาร์ท DIY พวกนี้ ก็แล้วแต่ขนาดและวัสดุค่ะ )

ตัวตะแกรงและแนวเส้นก็เรียบๆ เก๋ๆ อยู่แล้ว เลยไม่ได้ทำอะไรเพิ่มมากค่ะ แค่เอาดอกไม้ประดิษฐ์ที่ไว้ติดเสื้อมาติดให้พอเก๋ แล้วก็เป็นที่เก็บด้วยเลย แค่นี้ก็ได้ที่แขวนกรุตุ้มหูร่วม 100 คู่ของเราแล้ว (ที่เห็นในภาพนั้นแค่ส่วนนึง...ยังไม่หมดกรุนะคะ แฮ่ะๆ ) ถ้ามีที่แขวนผนังได้ก็แขวนเลยค่ะ แต่ถ้าใครไม่มีที่แขวนหรืออยู่หอที่ไม่ให้ตอกตะปูละก็..วางพิงผนังข้างโต๊ะเครื่องแป้ง ห้องน้ำ หรือแถวหัวเตียงแทนจิตกรรมฝาผนังได้เลย

 

 

ไอเดีย 3: แปลงร่างถาดอาหาร
วิธีนี้ง่ายแสนง่ายที่สุด เพราะเป็นการนำถาดสวยๆ ในครัว อย่างถาดทองเหลือง ถาดไม้ลงรัก หรือถาดพลาสติกลวดลายเรโทรมาทำเป็นที่เก็บสร้อย กำไล อาจใส่เทียนหอมก้อนเล็กๆ หรือดอกไม้เล็กๆ วางปนไปสักชิ้น ก็ทำให้โต๊ะเครื่องแป้งของคุณดูหรูหรา เก๋ก็ขึ้นมาได้ง่ายๆ ทีเดียว

อ่ะ อันนี้เป็นถาดพลาสติกลายระยิบระยับมาก ได้มาจากแผนกเครื่องครัว ตามฟู้ดแลนด์ หรือท๊อปส์นี่แหละค่ะ ราคาไม่เกิน 100 บาท (จำไม่ได้ซื้อนานแล้วค่ะ น่าจะอยู่ที่ 50-70 กว่าบาท) เอามาวางพวกของกระจุกกระจิกที่ไม่มีเวลาจัด (คือที่วางสุมๆกันนั้นเอง)

แต่ถ้าวางสุมๆ เฉยๆ มันก็ดูไม่หายรกเลยใช่มั้ยคะ ..ทำไงดี...หันซ้ายหันขวาไปเจอผ้าพันคอผืนย่อมๆ ลายกุหลาบที่ไม่เคยใช้เลย (ไม่รู้ซื้อมาได้ไงเหมือนกัน อ้อ..เคยใช้ๆ มัดๆ ทำเป็นที่คาดผมตอนล้างหน้า นานๆ ที )

จับมามัดปมสี่ด้าน (ไอเดียนี้แว่บมาจากตอนเขียนเรื่อง furoshiki ไอเดียการมัดผ้าของญี่ปุ่น) แล้วเอามาคลุมทับแบบนี้...

ไม่ต้องเย็บ ไม่ต้องวัด ไม่ต้องตัด ... มัดอย่างเดียว  ง่ายมากกกก ก็ได้ที่เก็บของแบบมีฝา อำพรางความซกมกได้เป็นอย่างดี ฮี่ๆๆๆๆ

 


ไอเดีย 4: อะไรๆ ก็เป็นไปได้
ถ้าคุณเป็นคนรักสนุก เชื่อเถอะว่าอะไรๆ ก็เป็นไปได้ อย่างการเอาแผงใส่ไข่ไก่มาแต่งสีใหม่แล้วทำที่ใส่แหวน หรือเอาแกนกระดาษทิชชู่มาลงลวดลายแล้วทำที่คล้องกำไล (บางทีขวดบอดี้โลชั่นฝาปั๊มที่ไม่อ้วนนัก ก็เอามาคล้องกำไลได้ ไม่เปลืองเนื้อที่ด้วย) หรือแปลงถาดหยอดน้ำแข็ง เป็นที่เก็บต่างหู เป็นต้น

คราวนี้รวมมิตร ไอเดียอื่นๆ ที่ใช้อยู่ให้ดูกันค่ะ

กระปุกน้ำตาล กาแฟ เลือกแบบเก๋ๆหน่อย แต่ราคาไม่ต้องแพง เอามาใส่กำไลกับที่มัดผมค่ะ

 

มือเซรามิคสำหรับแต่งบ้าน วางโชว์อย่างเดียวไม่พอ เอามาแขวนสร้อยซะเลย

 

 

หุ่นไม้ ของสะสม ก็ไม่เว้น กลายเป็นที่แขวนสร้อยข้อมือ  555

 

 

อ่านแล้วหวังว่าคงได้ประโยชน์และไอเดียไปดัดแปลงกันต่อ ... ของบางอย่าง ไม่จำเป็นต้องใช้สอยตามประโยชน์ของมันอย่างเดียว แล้วก็ไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง ถ้าเรารู้จักดัดแปลง และใส่จินตนาการไปกับมันนะคะ

ขอบคุณข้อมูล

 

Summer Postcard

posted on 28 Apr 2009 17:29 by joobbox  in DIY

เมื่ออาทิตย์ก่อน joobbox ได้รับโปสการ์ด สาว hotmail จาก postcardcafe'

เลยนึกขึ้นได้ว่า..อ่อ นี่เราไม่ได้ทำโปสการ์ดส่งให้เพื่อนๆใน cafe' มานานแค่ไหนแล้ว อิอิ

 

พออาทิตย์นี้ งานเริ่มซา ก็เลยมานั่งทำโปสการ์ดส่งให้เพื่อนบ้านใน cafe' บ้างดีกว่า

เนื่องจากนานๆจะวาดรูปซักที ถ้ามาวาดทีละใบ เกรงว่าเดือนหน้าก็ยังไม่เสร็จ...อิอิ (ทำยากๆ กะเค้าไม่ค่อยเป็นค่ะ ) ก็เลยขอใช้วิชามาร วาดรูปเดียว (เอารูปที่เคยวาดมาด้วย ไม่ได้วาดใหม่ แหะๆ) แล้วเอามา print print print เท่านั้นเอง

ทำเป็น 2 เวอร์ชั่นค่ะ แบบ มัน (กระดาษ inkjet -photo glossy 4x6 นิ้ว) กับแบบด้าน (กระดาษระบายสีน้ำ)

 

กระดาษ photo glossy ง่ายมั่ก print หน้า print หลัง เสร็จ ไม่ต้องตัดเลย .. ขี้โกงมั้ย อิอิ

พอดีกระดาษ photo glossy นี้ ซื้อมาทำโปสการ์ดภาพถ่ายให้เพื่อนๆ แก๊งถ่ายภาพ เป็นกล่อง 50 แผ่นยังไม่หมดก็เลยลองเอามาใช้ แต่ถ้าหมดคราวหน้า จะหา กระดาษ print รูปถ่ายแบบแบบด้านมาดีกว่า (แบบมันรู้สึกมันแว๊บมากๆ)

แบบด้านเพิ่งเคยลอง print  สีจะดร็อบลงนิดหน่อยนะคะแต่ก็พอรับไหว

กระดาษสีน้ำ ต้อง print แผ่นใหญ่ แล้วมาตัดอีกที (จะตัดก่อนแล้วค่อย print ทีละแผ่นเล็กก็ได้) แต่ด้วยกระดาษที่มีอยู่แล้ว มันบางแค่ 200 แกรม กลัวว่าจะย้วยก่อนส่ง เลยเบิ้ลกระดาษไป 2 ชั้น เหนื่อยกว่าแบบ glossy หน่อยนึง 

 

ด้านหน้ากับด้านหลัง ตอนประกอบร่างเสร็จ (ซ้ายบน : กระดาษ glossy 4x6 นิ้ว 260 แกรม | ซ้ายล่าง : กระดาษสีน้ำ 200 แกรม  | ขวา : ด้านหลังโปสการ์ด)

 

 


 

***อุปกรณ์ที่ใช้ทำก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่ คอมพิวเตอร์ + printer + กระดาษ Photo Glossy ขนาด 4x6 นิ้ว หนาประมาณ 260 แกรม (หรือกระดาษหนังไก่ หรือกระดาษอื่นๆ ได้หมด แต่อย่าบางเกินไป เดี๋ยวตอนส่งจะย้วยก่อนถึงมือ หรือหนาเกินไป เข้า printer ไม่ได้)***

 ***กระดาษ Photo Glossy ขนาด 4x6 นิ้ว หนาประมาณ 260 แกรม (หรือมากกว่าก็ได้ แต่ที่เลือก 260 เพราะความหนา + ราคามันพอรับได้จร้าา..ตกแผ่นละ 5 บาท) ข้อดีคือ ไม่ต้องตัด พิมพ์ได้เลย หน้าหลัง แต่ข้อเสียคือก่อนพิมพ์ต้องกะ  lay out ให้ดีไ่ม่งั้นรูปไม่ตรงกระดาษ กรณีที่ใช้รูปเต็มหน้ากระดาษ...ถ้าให้ดีก็ควรพิมพ์ test กับกระดาษธรรมดาดูก่อน***

***ข้อดีของโปสการ์ดแบบ print นี้คือ ง่ายและไว ค่ะ แต่ข้อเสียคือ อาจจะเปลืองหมึกไปบ้างกรณีถ้าเป็นรูปสีเต็มๆแผ่น แต่พอดีว่าจุ๊บทำแค่ ไม่เกิน 10 ใบ แล้วก็ไม่ได้ใช้สีทั้งแผ่น ถ้ามากกว่านี้คงไปอัดรูปเอาแบบที่ คุณแป้นทำ how to ไว้เนอะ ***

***เพื่อนบ้านใน cafe' และเพื่อนๆที่ส่งที่อยู่มาใน ems เตรียมรอรับโปสการ์ดด้วยนะจ๊ะ ใครได้แบบมันหรือด้าน ไปรอลุ้นกันเองเน้ออ***

 

ตามติดชีวิตผักตอน 3 ... เศร้า T T

หลายวันในอาทิตย์ก่อน อากาศค่อนข้างแปรปรวน
บางวันก็ฝนตกหนัก
บางวันก็ร้อน จนตอนกลางคืนต้องนอนเปิดแอร์ (ส่วนใหญ่จะไม่เปิดเพราะขี้หนาว)
พอเข้าวันที่ 12 ของการปลูก (11 ต.ค. 51) เจ้าผักกาดหอมเริ่มคอพับคออ่อน ส่วนกระเพราก็มีเหี่ยวๆไปประมาณ 1 ใน 5 เอ...หรือว่าเพราะต้นผักกาดหอมมันยาวๆ เลยไม่ค่อยทน หรือแสงไม่พอ หรือรดน้ำเยอะไป หรือโคนเน่า ???? หรือๆๆๆ ???? เดาไปต่างๆนา
เอาวะ เดี๋ยวลองปลูกใหม่ก็ได้ แต่พรุ่งนี้ตั้งใจว่าจะย้ายกะเพราที่เหลืออยู่ไปลงกระถางใหญ่ขึ้นก่อน จะได้ไม่แย่งอาหารกัน

วันที่ 13 ของการปลูก (12 ต.ค. 51) ตื่นมาสายๆของวันอาทิตย์ เดินลั้ลลา ไปดูกะเพรา กะว่าจะย้ายกระถางซักหน่อย แล้วจะเริ่มปลูกผักกาดหอมใหม่

จ๊ะเอ๋...
ชะว๊ายยยยย...


{เดี้ยง...เจ้าค่ะ}

 




แง...ไหงเป็นเงี้ยล่ะ
ต้นกะเพราทั้งหลาย ก็ตายตกไปตามๆกัน กับผักกาดหอม
เง่อ เพราะอะไรล่ะ ???
งงมากๆ คิดไปหลายอย่าง ก็คิดไม่ตก สุดท้ายก็ปลงๆ เราคงจะยังดูแลไม่ดีพอ


...ปลูกใหม่ ละกัน...

เหอๆๆ ปลูกผักนั้นใครว่าง่าย
ทำไมเวลาโยนๆเม็ดไว้ กลับขึ้นเอาๆ
ตอนตั้งใจปลูก ดันตายเรียบ -_-'
สงสัยจัง แต่ก็ไม่มีคำตอบ คงต้องลองใหม่อีกรอบล่ะค่ะ


...ส่วนภาคแรกนี้


ขอ...อวสาน...ไปก่อนเน้ออออออออออ พี่น้องค๊าบบบ T/\T

 

 

 

งอกแล้ววววววววววววววว

ตามติดชีวิตผักกาดหอมกับกะเพรา ช่วงที่ 2 มาแล้วจ้าาา

 

 

 


 

 

พอย่างเข้าวันที่ 3 ( 2 ต.ค. 51) เจ้ากล้าผักกาดหอมก็ทะลวงดินโผล่ขึ้นมาได้เป็นต้นแรกแต่ก็ปลายก็ยังขดอยู่ในดิน

ส่วนกะเพรา ยังนิ่งไม่มีอะไรเคลื่อนไหว คืนนั้นจำได้ว่าฝนตกหนักมาก แต่โชคดีที่เจ้าต้นกล้าอยู่ใต้ชายคา ก็เลยไม่โดนพายุกระหน่ำใส่

 

 

{ผักกาดหอมต้นแรก...ซูมให้เห็นชัดๆ}

 

 

 

วันที่ 4 ของการปลูก (3 ต.ค. 51) หลังตื่นนอนขึ้นมา อย่างที่ 2 หลังจากให้อาหารเจ้าลูฟี่ จุ๊บบ๊อกซ์ก็รีบออกไปดูต้นกล้าทันที วะวะวะ ว๊าววววว ต้นกะเพรางอกแล้วๆๆๆๆ เจ้ากระเพรามาแรงแซงโค้งมากๆ เพราะงอกทีเต็มกระถางเลยทีเดียว แต่ เจ้าผักกาด งอกเพิ่มมาอีก 1 ต้นเอง

{เทียบกันจะๆ}

 


{ผักกาดหอมเกิดก่อน แต่ทะยอยกันเกิด}
 
 
{กะเพราเกิดช้า แต่มาเป็นโขยง}

 

 

 

 

อ่านจากวิธีการปลูกกะเพรา และการปลูกผักกาดหอมแล้ว เค้าบอกว่าให้ย้ายกล้าลงแปลงปลูกเมื่อกะเพราอายุได้ 20-25 วัน ส่วนผักกาดหอม ต้องรออายุ 25-30 วัน

ช่วงนี้คงต้องรอไปก่อน และคอยถอนแยกเพื่อให้ต้นกล้าแข็งแรงและไม่แย่งอาหารกันเองค่ะ

 

 

 

 

 

ย้อนกลับไปอ่านตอนแรกได้ที่นี่ค่ะ

ทดลองปลูกผัก(ให้เจ้าฟี่)กินเอง